บริหารจัดการอาคาร: เทคนิคการเลือกสีทาบ้าน การเลือกสีทาภายในและภายนอกอาคาร

บริหารจัดการอาคาร: เทคนิคการเลือกสีทาบ้าน การเลือกสีทาภายในและภายนอกอาคาร บ้านเป็นเสมือนสถานที่สร้างความสุข และ อยู่อาศัยสำหรับทุกคน การวางแผนเป็นสิ่งสำคัญมากๆสำหรับการมีบ้าน และสีทาบ้านก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญ เพราะสีทาบ้านนั้นจะต้องศึกษารายละเอียดอย่างดี มีแบบไหนบ้าง เลือกสีบ้าน ข้างนอกกับข้างในแตกต่างกันยังไงวันนี้เรามาดู เทคนิคการเลือก สีภายในบ้าน การเลือกสีทาภายในและภายนอกอาคาร

การเลือกสีทาภายในและภายนอกอาคาร

ปัจจุบันมีสีทาบ้านหลายยี่ห้อ และ หลายแบบ แต่ละประเภทก็มีสีที่หลากหลาย วันนี้เราจะมาศึกษา ประเภทของสีแต่ละชนิดว่ามีคุณสมบัติและเหมาะกับพื้นประเภทไหน เราจะมาดูไปพร้อมกันเลย เทคนิคการเลือกสีทาบ้าน การเลือกสีทาภายในและภายนอกอาคาร

1. สีน้ำอะครีลิคหรือสีน้ำพลาสติก เป็นชนิดที่เห็นบ่อยมากที่สุด มีความเป็นน้ำทำละลาย เหมาะสำหรับใช้ทาบนพื้นผิว ประเืชภื ปูน ซีเมนต์ คอนกรีต เพื่อที่จะให้สีสันสวยงาม

2. สีน้ำมัน เป็นสีที่ใช้น้ำมันหรือทินเนอร์เป็นตัวทำละลาย (Solvent) โดยสีน้ำมันจะมีจุดเด่นที่มีความเงางาม แต่จะมีข้อจำกัดที่ราคาค่อนข้างสูงและอาจจะแห้งช้าในบางครั้ง โดย สีน้ำมันค่อนข้างเหมาะกับการใช้ทาบนพื้นผิว โลหะหรือไม้ ไม่นิยมใช้ทาบน ซีเมนต์หรือคอนกรีต เท่าไรนัก

3. สีทาไม้ สีชนิดนี้มีไว้ใช้เพื่อทาไม้ เพื่อให้เกิดความสวยงามซึ่งจะขับให้สีของเนื้อไม้ดูสดและเด่นชัดมากขึ้น โดยสามารถทาได้หลายรูปแบบแต่ต้องทำจากไม้เช่น ทาพื้นไม้ ทารั้วไม้ ทาเฟอร์นิเจอร์ไม้

4. สีกัลวาไนซ์ โดยสีกัลวาไนซ์จะเป็นสีที่มีคุณสมบัติและรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย สามารถใช้กับเหล็กได้หลากหลายประเภท โดยปัจจุบันนั้นจะเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น สีกัลวาไนซ์ทาง่ายไม่ต้องรองพื้น และยังแห้งเร็วใน 1-2 ชม. โดยเหตุผลนี้จึงทำให้ สีกัลวาไนซ์จะประหยัดกว่าสีน้ำมันเพราะ ค่าสีก็ถูกกว่า ค่าแรงก็ถูกกว่า และเวลาก็ใช้น้อยกว่าสีน้ำมันด้วยนะคะ

การเลือกสีทาภายใน และ ภายนอกอาคาร

การทาสีบ้านเทคนิคแรกที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับแสงสว่างภายในบ้าน โดยควรจะเลือกทาสีบ้านเป็นสีขาว สีอ่อน ครีม เบจ หรือ สีโอลด์โรส จะทำให้บ้านดูกว้างมากขึ้น แต่ไม่ควรใช้สีโทนนี้กับห้องใต้ดินของบ้าน หรือ ห้องที่หันไปทางทิศเหนือ เพราะจะทำให้บ้านดูสลัวและรู้สึกหดหู่ แต่ถ้าบ้านของใหญ่และโล่งจนเกินไป ควรจะเลือกทาสีบ้านเป็นโทนเข้ม หรือ น้ำตาล สีดำ หรือ น้ำเงิน ก็จะสามารถทำให้บ้านดูลงตัวมากขึ้น
สีทาบ้านฮิตอาจจะไม่ได้เหมาะกับบ้านเราเสมอไป

สีทาบ้านแนวกลางๆ อย่างเช่น สีเบจ น้ำตาล เทา เป็นสีที่ตกแต่งได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นสีกลางๆ ที่เข้าได้กับทุกหลัง แต่บางทีสีเหล่านั้นอาจจะน่าเบื่อและทำให้บ้านไม่มีชีวิตชีวา เพราะฉะนั้นเลือกทาสีบ้านที่เหมาะกับเจ้าของบ้าน และ คาแรคเตอร์ของบ้านมากที่สุดนะคะ

ตรวจสอบสีก่อนจะซื้อ

หากได้สีที่ชอบแล้ว อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจในการซื้อ เพราะสีทาบ้านแต่ละยี่ห้อหรือแต่ละแบรนด์จะมีเฉดที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นควรนำสีไปตรวจสอบแต่ละเฉดก่อนค่อยตัดสินใจซื้อ โดยการลองซื้อสีมาเพ้นท์ลงบนแผ่นตัวย่างและค่อยตัดสินใจเฉดที่เราชอบจากยี่ห้อหรือแต่ละประเภทของ สีทาบ้านนะคะ

เปรียบเทียบกับเฟอร์นิเจอร์อื่นๆภายในบ้าน

การทาสีบ้านที่จะเข้ากับทุกอย่างในบ้านนั้นอาจจะนำมาเปรียบเทียบของต่างๆภายในบ้าน จะทำให้บ้านดูลงตัวมากขึ้น โดยการนำสีทาบ้านเลือกมาเปรียบเทียบกับจุดเด่นๆ ต่างๆของบ้าน เช่น พื้นบ้าน พื้นที่บริเวณข้างหน้าต่าง ตูัโชว์ โซฟา เตียงนอน โดยเปรียบทั้งเวลา กลางวัน กลางคืน ตอนเย็น จะดีมาก

การเลือกซื้อสีทาผนังของบ้าน

โดยการเลือกสีผนังภายนอก ควรเลือกสีที่มีคุณสมบัติยึดเกาะแน่นกับพื้นผิว เพื่อป้องกันเชื้อราและตะไคร่น้ำ และ ควรเลือกสีคุณภาพสูง เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานไปได้หลายปี ในปัจจุบันมีสีที่ผลิตออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการเยอะ เพราะฉะนั้นค่อยๆเลือกนะคะ

สีทาผนังภายใน

ควรเลือกสีที่สามารถเช็ดล้างได้ และ แบคทีเรียไม่ยึดเกาะ อย่ามองข้ามเรื่อง เลือกสีทาบ้าน และคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะหากบ้านไหนที่กำลังจะมีเจ้าตัวน้อยหรือเพิ่งมี ยังอยู่ในวัยเตาะแตะอยู่ การเลือกสีทาบ้านที่มีคุณสมขีดเขียนและเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ไม่งั้นระวังอาจปวดหัวกับฝีมือจิตรกรตัวน้อยๆ ก็เป็นได้ หรือหากบ้านไหนมีเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนรู้ ก็อาจเจอร่องรอยขีดข่วนที่ทำให้ปวดหัวเช่นเดียวกัน

เรื่องควรรู้ เลือกสีทาบ้าน คุณสมบัติดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

การเลือกสีทาบ้านให้มีคุณสมบัติดี ใช่ว่าจะต้องเลือกที่ขีดเขียนหรือลบออกได้อย่างเดียว อาจจำเป็นต้องเน้นคุณสมบัติดังกล่าวต่อไปนี้ด้วย เพื่อไม่ให้มานั่งกลุ้มใจว่าต่อไปนี้สีทาบ้านมีการหลุดลอก พองตัว จนทำให้เกิดความเสียหายตามมา ที่สำคัญจำเป็นต้องมีคุณสมบัติทนต่อทุกสภาพอากาศด้วย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

– เลือกสีทาบ้านที่มีโมเลกุลเล็กๆ ซึมเข้าพื้นผิวและยึดเกาะผิวผนังได้ดี
– สีทาบ้านจำเป็นต้องทนต่อสภาพอากาศ ฝน ความชื้น ความร้อน แสงแดด และแรงลมได้ดี
– สีทาบ้านมีโมเลกุลที่ยืดหยุ่นได้ตามโครงสร้าง รวมไปถึงความร้อน ปิดรอยร้าวและรอยแตกลายงา
– ป้องกันน้ำซึมผ่าน ปกป้องพื้นผิวซีเมนต์และความชื้นได้ดี
– ขัดหรือ ทำความสะอาด คราบสกปรกได้ง่าย ไม่ทำลายเนื้อสี
– มีสารป้องกันเชื้อรา ตะไคร่น้ำ หากสัมผัสน้ำฝนและความชื้น
– ทนต่อรังสีและสภาพความร้อนเนื้อสีไม่หลุดร่อน

ใครที่เพิ่งซื้อบ้านหรือคอนโด แล้วกำลังเผชิญกับปัญหารอยเปรอะเปื้อนเลอะเทอะบนผนัง สามารถนำเทคนิคการเลือกสีทาบ้านแบบเขียน ลบได้ ไปใช้ รับรองช่วยให้ชีวิตของคนรักบ้านดีขึ้นอีกเยอะ

This entry was posted in News and tagged .