ผลเบื้องต้นชี้วัคซีน “เคียวร์แวค” ต้านโควิดได้เพียง 47%

บริษัทเคียวร์แวคของเยอรมนีเผยผลเบื้องต้น จากการทดสอบขั้นสุดท้ายของวัคซีนต้านโควิด-19 ว่าให้ประสิทธิผลเพียง 47%

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ว่าบริษัทเคียวร์แวค ( CureVac ) หนึ่งในผู้ผลิตด้านชีวเภสัชภัณฑ์ของเยอรมนี รายงานผลการทดสอบทางคลินิกระยะที่สาม ของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งใช้ชื่อ “CVnCoV” และพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอ ปรากฏว่า “ในเบื้องต้น” มีประสิทธิผลป้องกันเพียง 47% “กับทุกสภาพอาการ” จากการทดสอบกับอาสาสมัครประมาณ 40,000 คน ใน 10 ประเทศยุโรปและลาตินอเมริกา ส่งผลให้ราคาหุ้นของเคียวร์แวคในตลาดสหรัฐร่วงลง 50.6%
  
อย่างไรก็ตาม วัคซีนของเคียวร์แวคให้ผลดีกว่ากับกลุ่มตัวอย่างวัยหนุ่มสาว แต่ประสิทธิผลสำหรับกลุ่มตัวอย่างอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงของโรคโควิด-19 “ยังไม่น่าพึงพอใจ” และเคียวร์แวคให้เหตุผลเกี่ยวกับ “ปัจจัย” จากเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์อย่างน้อย 13 สายพันธุ์ ด้านมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ของสหรัฐ มองว่า “ยังไม่ควรด่วนสรุป” จนกว่าเคียวร์แวคจะเปิดเผยผลการทดสอบในระดับที่ “ละเอียดกว่านี้”
 
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) กำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรค “โดยหลักการ” ต้องไม่ต่ำกว่า 70% ส่วนเกณฑ์ของคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ ( เอฟดีเอ ) กำหนดไว้ว่า ต้องมากกว่า 50% อนึ่ง เคียวร์แวคซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมนีด้วย มีแผนผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ได้ 300 ล้านโด๊สภายในปีนี้ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1,000 ล้านโด๊ส ภายในปีหน้า

This entry was posted in News.