ลิปสติกมีกี่ประเภท แล้วแต่ละแบบมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ลิปสติกมีกี่ประเภท แล้วแต่ละแบบมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ก่อนจะเลือก ลิปสติก มาใช้สักแท่ง คุณรู้ไหมว่าลิปสติกมีกี่ประเภท แบบไหนบ้าง และจะเลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด โดยวันนี้เราก็จะพาคุณมาทำความรู้จักกับประเภทของลิปกกันก่อน พร้อมด้วยวิธีการเลือกใช้ เพื่อให้คุณเลือกลิปได้ตรงตามความต้องการ ใช้แล้วสวยเป๊ะโดนใจคุณนั่นเอง

ลิปมีหลายประเภท ซึ่งหากแบ่งตามเนื้อลิปที่ได้รับความนิยม ก็มีทั้งหมด 10 ประเภทดังนี้

1.เนื้อแมตต์

ลิปที่มีความเข้มข้น ทาแล้วติดทนนาน แต่ไม่มันวาวเหมือนกับลิปประเภทอื่น จึงอาจไม่ค่อยถูกใจสำหรับคนที่ต้องการให้ริมฝีปากดูมันวาวมากนัก นอกจากนี้การทาลิปเนื้อแมตต์ก็จะทำให้ริมฝีปากแห้งอีกด้วย ดังนั้นจึงต้องทาลิปบาล์มก่อนทาลิปแมตต์ทุกครั้ง เพื่อให้ริมฝีปากมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ และลดปัญหาการตกร่องหรือเป็นคราบได้เป็นอย่างดี ซึ่งแม้ว่าลิปเนื้อแมตต์จะมีปัญหาเหล่านี้ได้ง่าย แต่ด้วยสีสันที่สวยงามและเด่นชัด จึงทำให้ลิปสติกประเภทนี้ได้รับความนิยมสูงมากทีเดียว

2.ฟรอสตี้

เป็นลิปที่มีส่วนผสมของกลิตเตอร์ จึงทำให้มีประกายแวววาวสวยงาม เมื่อทาลงบนริมฝีปาก จะทำให้ดูเปล่งประกายและสดใสมากขึ้น ซึ่งก็เหมาะสำหรับคนที่มีริมฝีปากบางเป็นอย่างมาก ทั้งนี้สำหรับใครที่อยากจะให้ริมฝีปากดูเปล่งประกายจนใครก็ต้องจับตามอง ต้องใช้ลิปประเภทฟรอสตี้กันเลย

3.เนื้อมันวาว

ลิปสติกประเภทนี้ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเอาใจสาวๆ ที่ชอบความมันวาวโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น อวบอิ่มให้กับริมฝีปากได้เป็นอย่างดี แถมทาแล้วเนียนกริบ ไม่มีปัญหาปากแห้งแตกเป็นร่อง หรือเป็นขุยมากวนใจแน่นอน ที่สำคัญมีให้เลือกหลายเฉดสีมาก โดยคุณสามารถเลือกให้เข้ากับสีผิวของตัวเองหรือเลือกตามความชอบได้เลย รับรองไม่ผิดหวัง

4.ลิปกลอส

สาวๆ ยุคนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักลิปกลอส ลิปที่โดนใจวัยรุ่นเป็นที่สุด เพราะจะให้ลุคแบบใสๆ ด้วยเนื้อลิปแบบเหลวที่มีประกายมุกระยิบระยับ เมื่อทาลงบนริมฝีปากจะดูแวววาวและอวบอิ่ม ซึ่งทำให้ดูเด็กลงและน่ารักมากทีเดียว โดยลิปกลอสนอกจากจะทาลงบนริมฝีปากแบบตรงๆ ได้แล้ว ก็สามารถนำมาทากับลิปประเภทอื่นได้อีกด้วย โดยใช้ทาทับเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อเพิ่มความแวววาวมากขึ้นนั่นเอง แต่จะต้องเลือกสีให้เข้ากันด้วย

5.ลิปไลเนอร์

สำหรับใครที่ชอบเขียนขอบปากก่อนจะทาลิป จะต้องรู้จักและคุ้นเคยกับลิปไลเนอร์เป็นอย่างดีแน่นอน เพราะลิปประเภทนี้ใช้เพื่อการเขียนขอบปากโดยเฉพาะ โดยจะช่วยเน้นให้เรียวปากดูคมชัดมากขึ้น และทาลิปสติกได้ง่ายกว่าเดิม โดยไม่ต้องกลัวว่าลิปจะเลอะออกมานอกริมฝีปากหรือไม่ ซึ่งใครที่เป็นมือใหม่หัดแต่งหน้าก็ต้องใช้ลิปไลเนอร์เป็นตัวช่วยในการหัดทาลิปให้สวยกันเลย

6.เนื้อครีม

ลิปประเภทที่เหมาะกับสาวๆ ที่มีริมฝีปากสวยได้รูปมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะทาอย่างไรก็ดูสวยเป๊ะ ต่างจากคนที่มีริมฝีปากหนาหรือบางเกินไป ซึ่งการทาลิปเนื้อครีมอาจจะมีความยุ่งยากสักนิด เพราะต้องใช้เนื้อครีมในปริมาณที่เหมาะสม และเกลี่ยให้เรียบเนียนเข้ากับริมฝีปากที่สุดจึงจะดูสวยนั่นเอง โดยลิปเนื้อครีมก็มีคุณสมบัติที่โดดเด่นในเรื่องของการติดทนนาน และสีสันที่ชัดเจน ทำให้ทาแล้วสวย ไม่ต้องทาซ้ำหลายครั้ง

7.เนื้อเชียร์และเนื้อซาติน

ลิปสติกตัวเด็ด สำหรับสาวๆ ที่ชอบความสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะลิปเนื้อเชียร์และเนื้อซาตินจะมีสีสันที่บางเบา ไม่เข้มเหมือนกับเนื้อครีม แต่ทาแล้วดูสวย และสามารถทาทับได้ตามต้องการโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีคราบหรือไม่ ซึ่งใครที่ชอบแต่งหน้าโดยเน้นลุคใสๆ น่ารักแบบธรรมชาติ ลิปเนื้อเชียร์และเนื้อซาตินก็จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคุณไม่น้อยเลยทีเดียว

8.ลิปประเภทลิควิด

อีกหนึ่งประเภทลิปสติกที่กำลังมาแรง และถูกใจสาวๆ เป็นที่สุด โดยจะมีลักษณะเนื้อเหลวแบบลิควิด และมีสีสันที่ชัดเจนเป็นอย่างมาก ทาปุ๊บติดปั๊บ แถมติดทนนานอีกด้วย ใครที่ยังไม่เคยใช้ลิปประเภทนี้ ขอแนะนำให้ลองใช้ดูสักครั้ง แล้วคุณจะต้องชอบอย่างแน่นอน

9.ลิปทินท์

สำหรับลิปทินท์ จะนิยมนำมาใช้เป็นไอเทมหลักคู่กับลิปกลอส เพราะเมื่อทาด้วยกันแล้วจะทำให้ริมฝีปากดูสวยโดดเด่น และเพิ่มเสน่ห์ให้กับสาวๆ ได้เป็นอย่างดี โดยจะนำลิปทินท์มาทาที่ริมฝีปากด้านใน และทาทับด้วยลิปกลอสให้ทั่วริมฝีปาก เพียงเท่านี้ก็ดูสวยเป๊ะตลอดวันจนใครก็ต้องหันมองแล้วล่ะ

10.ลิปบาล์ม

ลิปประเภทนี้จะเน้นเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากโดยเฉพาะ และแก้ปัญหาริมฝีปากแห้ง แตกเป็นขุยได้อย่างดีเยี่ยม โดยช่วงหน้าหนาวจะนิยมนำมาใช้กันมาก เพื่อป้องกันริมฝีปากแห้งจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ที่สำคัญลิปบาล์มสามารถนำมาใช้กับลิปอะไรก็ได้ โดยทาลิปบาล์มก่อน แล้วจึงตามด้วยลิปประเภทอื่นนั่นเอง

การเลือกลิปสติกให้เหมาะกับตัวเอง

การเลือกลิปให้เหมาะกับตัวเอง จะต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง เพื่อให้คุ้มค่าและโดนใจที่สุด โดยเราก็มีวิธีการเลือกมาแนะนำกันดังนี้

1.เลือกให้เข้ากับสีผิว

ผิวสองสี ควรเลือกลิปสีกุหลาบ หรือสีแดงสด เพราะจะช่วยปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสมากขึ้น
ผิวคล้ำ เหมาะกับลิปสีน้ำตาล เพราะเข้ากับสีผิวได้ดี และช่วยให้ใบหน้าดูโดดเด่น มีเสน่ห์มากกว่าเดิม
ผิวขาว ไม่ว่าทาลิปสีอะไรก็สวย โดยเฉพาะสีชมพูนม แต่ต้องระวังอย่าเลือกโทนสีอ่อนจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวดูขาวซีดได้
ผิวขาวเหลือง เหมาะกับลิปสีบานเย็น หรือโทรสีส้มอิฐมากที่สุด โดยจะทำให้ผิวดูมีออร่า เปล่งประกายจนใครก็ต้องหลงใหล

2.เลือกให้เข้ากับรูปปาก

สำหรับสาวๆ ที่มีรูปปากบาง จะเลือกลิปสีอะไรก็ได้ แต่ให้หลีกเลี่ยงโทนสีเข้มอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เห็นถึงความบางของริมฝีปากอย่างชัดเจน แต่ถ้าชอบโทนสีเข้มจริงๆ ก็พอจะมีเทคนิคอยู่บ้างเหมือนกัน นั่นคือจะต้องทาลิปสติกให้เกินขอบปากออกมาเล็กน้อย โดยวาดให้เป็นรูปปากอย่างสวยงามและระวังอย่าให้เลอะ
สาวๆ ที่มีรูปปากหนา จะเหมาะกับลิปโทนสีเข้มมากที่สุด หรืออาจจะผสมระหว่างลิปสีเข้มและสีอ่อนก็ได้ โดยให้ทาสีเข้มบริเวณด้านในปากออกมาถึงกลางปาก และใช้ลิปสีอ่อนทาส่วนที่เหลือ จะทำให้ริมฝีปากดูบางลงและสวยไปอีกแบบ

3.ทดสอบก่อน เพื่อให้ได้สีที่โดนใจ

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะการทดสอบก่อนจะทำให้คุณได้สีลิปสติกที่โดนใจ ทาแล้วสวยเป๊ะ โดยไม่ต้องมาเสียดายเงินทีหลัง เนื่องจากซื้อมาแล้วได้สีไม่ตรงตามต้องการ โดยการทดสอบ ให้คุณทาลงบนริมฝีปากโดยตรงเลย หรือหากไม่สะดวกใจที่จะทดลองกับริมฝีปาก ก็ให้ทาที่ปลายนิ้วแทน เพราะเป็นจุดที่มีสีใกล้เคียงกับริมฝีปากมากที่สุด จึงพิจารณาได้ง่ายขึ้น ว่าสีไหนเหมาะกับคุณหรือไม่ และเป็นสีที่ตรงตามต้องการหรือเปล่า

4.แบรนด์ลิปสติกมีคุณภาพ

การเลือกลิปแบรนด์ดีที่มีคุณภาพ จะดีกว่าการเลือกลิปแบบโนเนมที่ไม่มียี่ห้อ เพราะอาจมีสารอันตรายที่จะส่งผลให้เกิดการระคายเคืองริมฝีปากได้นั่นเอง ดังนั้นลงทุนสักนิด เลือกลิปที่มีคุณภาพดี เพื่อความปลอดภัยและคุ้มค่าคุ้มราคาเลยดีกว่า

ลิปสติกมีหลายประเภท โดยจะเลือกใช้แบบไหนดี ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนและสถานการณ์ด้วย แต่ไม่ว่าจะเลือกลิปประเภทไหน ก็ต้องเลือกสีให้เข้ากับสีผิวและรูปปากด้วยเช่นกัน เพื่อให้ทาออกมาแล้วดูสวยเพอร์เฟ็กที่สุดนั่นเอง