เริ่มแล้ว!อังกฤษกลับมาใช้ชีวิตปกติเต็มรูปแบบ ท่ามกลางคำเตือนก้าวย่างอันตราย

รัฐบาลสหราชอาณาจักร ปลดข้อจำกัดสกัดโรคระบาดใหญ่ที่กระทบต่อชีวิตประจำวันในอังกฤษอย่างเป็นทางการ ยกเลิกมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมทั้งหมด ก้าวย่างที่เรียกเสียงประณามจากบรรดานักวิทยาศาสตร์และพรรคฝ่ายค้านว่าเป็นการกระโจนสู่ขอบเขตที่ไม่รู้ผลลัพธ์และเต็มไปด้วยอันตราย

นับตั้งแต่เทียงคืนวันอาทิตย์(18ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น(ตรงกับเมืองไทย 7.00น.ของวันจันทร์) ไนท์คลับสามารถกลับมาเปิดบริการได้อีกครั้ง และสถานที่ในร่มต่างๆได้รับอนุญาตให้เปิดรับประชาชนเต็มความจุ ขณะเดียวกันก็ได้มีการยกเลิกคำสั่งบังคับสวมหน้ากากและทำงานจากที่บ้าน

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์สัน ซึ่งอยู่ระหว่างกักโรคตนเองหลังใกล้ชิดกับรัฐมนตรีสาธารณสุขที่ติดเชื้อโควิด-19 เรียกร้องประชาชนให้ยังคงระมัดระวัง และเร่งเร้าประชากรวัยผู้ใหญ่ที่ยังคงละล้าละลังให้เข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วน หลังจากเวลานี้ได้ฉีดวัคซีนประชากรวัยผู้ใหญ่ไปแล้วราว 2 ใน 3

เขายืนหยัดปกป้องความเคลื่อนไหวเปิดเศรษฐกิจที่ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนบางสำนักว่า “วันแห่งอิสระภาพ” แม้พวกนักวิทยาศาสตร์แสดงความกังวลใหญ่หลวง หลังพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในสหราชอาณาจักรพุ่งเหนือ 50,000 คน สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากอินโดนีเซียและบราซิลเท่านั้น

“ถ้าเราไม่ทำในตอนนี้ เมื่อนั้นเราคงต้องเปิดเศรษฐกิจในฤดูใบไม้ร่วง หลายเดือนแห่งฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไวรัสอาศัยความได้เปรียบจากอากาศเย็น” นายกรัฐมนตรีกล่าวผ่านวิดีโอ “วันหยุดเรียนช่วงฤดูร้อนที่เริ่มในสัปดาห์นี้ มอบแนวกันไฟที่ล้ำค่า หากเราไม่ทำมันในตอนนี้ เราคงต้องถามตัวเองว่า เมื่อไหร่เราจะได้ทำมัน ดังนั้นนี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่เราต้องทำอย่างระมัดระวัง”

โจนาธาน แอชเวิร์ธ โฆษกด้านสาธารณสุขของพรรคเลเบอร์ พรรคฝ่ายค้าน ระบุว่ารัฐบาลกำลังขาดความยั้งคิด สะท้อนมุมมองเดียวกับบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่บอกว่าการเปิดเศรษฐกิจของอังกฤษจะก่ออันตรายแก่สุขภาพผู้คนทั่วโลก “เราคัดค้านการเปิดที่ปราศจากมาตรการป้องกันไว้ก่อน” เขาบอกกับเอเอฟพี กล่าวโจมตีโดยเฉพาะต่อแผนยกเลิกบังคับสวมหน้ากากของรัฐบาล

หลังจากบรรลุเป้าหมายในโครงการฉีดวัคซีน รัฐบาลอังกฤษบอกว่าเวลานี้ความเสี่ยงใดๆที่มีต่อระบบสาธารณสุขเป็นสิ่งที่สามารถบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม นีล เฟอร์กูสัน ศาสตราจารย์จากวิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอน เตือนว่าสหราชอาณาจักรอยู่บนเส้นทางของการติดเชื้อมากกว่า 100,000 คนต่อวัน เนื่องจากตัวกลายพันธุ์เดลตาของไวรัสโคโรนาสายพันธุใหม่หลุดจากการควบคุมแล้ว

“เราอาจมีคนไข้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 2,000 รายต่อวัน และเคสผู้ติดเชื้อรายวัน 200,000 คนต่อวัน แต่บางทีก็อาจจะน้อยกว่านี้” เขากล่าว

คณะแพทย์เตือนว่าแม้สหราชอาณาจักรมีจำนวนผู้เสียชีวิตน้อยกว่าการแพร่ระบาดระลอกก่อนๆเป็นอย่างมาก แต่จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงก่อแรงกดดนอย่างรุนแรงต่อระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ(NHS) และเสี่ยงเพาะเชื้อตัวกลายพันธุ์ใหม่ๆ

เจเรมี ฮันท์ ส.ส.อาวุโสจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟและอดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข เตือนว่ารัฐบาลควรเรียนรู้จากอิสราเอลและเนเธอร์แลนด์ ที่ถูกบีบให้กลับมาบังคับใช้มาตรการเข้มข้นต่างๆอีกรอบ ทั้งที่เพิ่งผ่อนปรนไปเมื่อเร็วๆนี้

สกอตแลนด์และเวลส์ ซึ่งรัฐบาลของแต่ละดินแดนเป็นผู้กำหนดนโยบายของตนเอง บอกว่าพวกเขาจะคงคำสั่งบังคับสวมหน้ากากไว้ต่อไป เช่นเดียวกับข้อจำกัดอื่นๆ
ผิดกับทางอังกฤษ ที่ยกเลิกทุกข้อจำกัดด้านการรวมตัวทางสังคม เวลานี้สนามกีฬา โรงภาพยนตร์และโรงละครสามารถกลับมาเปิดบริการต้อนรับประชาชนได้เต็มพิกัด

นักเดินทางที่ฉีดวัคซีนครบแล้วและกลับมาจากกลุ่มบัญชีสีเหลือง (Amber List)จุดหมายปลายทางต่างๆในยุโรป ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการกักกันโรคยามเดินทางถึงอังกฤษอีกต่อไป แม้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในนาทีสุดท้าย คงข้อบังคับดังกล่าวกับนักเดินทางที่มาจากฝรั่งเศสตามเดิม

This entry was posted in News.